เจ้าหญิงนิทรา


เจ้าหญิงนิทรา ...หลายคนหลงรักเจ้าหญิงน้อยผู้มีความงามเป็นเอก มีน้ำเสียงที่ไพเราะ สง่างาม อย่าง" เจ้าหญิงออโรร่า "
ที่ต้อง มากลายเป็น" เจ้าหญิงนิทรา " เพราะความผิดพลาดของพระบิดา ของเธอเอง และคงเป็นเพราะการที่เธอต้องได้รับผลกรรมที่ ตัวเธอเองมิได้ก่ออันนี้นี่เอง จึงอาจเป็นผลที่ทำให้ผู้อ่านสงสารและเอาใจ ช่วยเธอมาอย่างดีและต่อเนื่องตลอดมา...


ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่เมืองใหญ่อันเป็นมหาราชอาณาจักรแห่งหนึ่ง
มีพระราชาและพระราชินี
ที่ปกครองบ้านเมืองของพระองค์อย่างทรงเป็น ธรรม ดังนั้นประชากรทุกคนจึงอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุขโดยทุกถ้วนหน้า..... ครั้งนั้น....
มันเป็นงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่ และหรูหราที่สุดในประวัติศาสตร์ ของ เมืองแห่งนี้ก็ว่าได้ เพราะมันเป็นงานเลี้ยงแสดงความยินดีกับการประสูติของพระ ธิดาองค์แรก ซึ่งมีนามว่า "เจ้าหญิงออโรร่า"ด้วยหลังจากการรอคอยมา อย่างเนิ่นนานกับการให้กำเนิดรัชทายาทองค์แรกนั่นเอง


ดังนั้นประชาชนทุกคนจึงถูกเชิญให้ได้เข้ามาร่วมในงาน อาหารคุณภาพดี ถูกจัดวางไว้ต้อนรับแขก น้ำดื่มน้ำหวาน ดนตรีถูกเลือกคัดสรรมาอย่างดี เหล่าประชาชีต่างก็มีความสุขกันทุกถ้วนหน้า ยิ่งองค์พระราชาด้วยแล้ว ทรงพระสรวล อยู่ตลอดเวลาอย่างมีความสุขเป็นอย่างมาก........ และในงานเลี้ยงครั้งนี้ นอกจากประชาชนแล้ว พระราชาได้ทรงเชิญเหล่าบรรดาแม่มดที่คงด้วยคาถาอาคมประจำเมือง ให้เข้ามาร่วมอวยพรให้กับเจ้าหญิงองค์น้อย.. ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 7 นาง แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมากที่พระราชาไม่สามารถค้นหาแม่มดนางที่ 7 ได้พบ เนื่องด้วยในช่วงนั้นนางชรามากแล้ว และก็ไม่มีใครเคยได้เห็นนางมานานแล้ว ดังนั้นพระราชาจึงไม่ได้ออกหมายเชิญนางให้เข้ามาร่วมในงานเลี้ยงครั้งนี้....


แต่ในขณะที่พวกแม่มดทั้งหลายทั้งหกกำลังจะลงนั่งตามโต๊ะ ที่จัดเตรียมเอาไว้ให้เป็นพิเศษ ซึ่งเก้าอี้ทุกตัวประดับประดาไว้อย่างงดงาม ด้วยแก้วเพชรเงินทองที่มีค่า ช้อนและมีดที่วางเรียงกันอยู่ที่บนโต๊ะ
ก็ประดับด้วยทับทิมน้ำงาม ทันใดนั้นเอง...แม่มดชรานางที่เจ็ดก็ออกมา ปรากฏตัวขึ้นอย่างกระทันหัน ต่อหน้าทุกคน... สีหน้าของนางดูเหมือนว่ากำลังโกรธจัด พระราชาทรงตกพระทัยเป็นอย่างมาก เพราะไม่ได้ ตระเตรียมเก้าอี้นั่งไว้ให้สำหรับนางนั่นเอง


นางแม่มดชราถลึงตาอย่างน่ากลัว แล้วเดินเข้าไปจนชิดติดพระราชินีที่กำลังอุ้มพระธิดา องค์น้อยไว้ในอ้อมกอดด้วยความหวาดกลัว แล้วพูดแบบอาฆาตว่า
"เจ้า...พวกเจ้า ทำเหมือนดูถูกข้ามากมาย..จะต้องได้รับผลจากการกระทำของพวกเจ้าเอง ที่ไม่ได้เชิญข้าให้เข้ามาร่วมในงานเลี้ยงครั้งนี้! " พระราชาทรงพยายามชี้แจง ถึงสาเหตุและเหตุผล แต่แม่มดนางที่ 7 ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ ยอมฟังอะไรทั้งสิ้น นางยังคงมีสีหน้าที่โกรธจัด...ในขณะเดียวกันนั้นได้มีแม่มดนาง ที่มีอายุน้อยที่สุดในจำนวนแม่มดทั้งหลายที่ได้มาร่วมในงานเลี้ยงครั้งนี้ด้วย ได้แอบซ่อนตัว ฟังอยู่ที่หลังม่านแม้ตอนนี้นางจะคงด้วยเวทมนต์น้อยมากที่สุดก็ตาม แต่นางก็หวังเพื่อคอยเวลาที่... ที่บางทีเวทมนต์ของนางอาจจะพอช่วยเหลือพระธิดาน้อยไว้ได้ในตอนคับขันนั่นเอง


และแล้วก็ได้เวลาที่แม่มดทั้งหลายจะให้คำอวยพรกับพระธิดาองค์น้อย... แม่มด นางแรกได้เข้ามาจุมพิตที่หน้าผากของพระธิดาแล้วกล่าวว่า
" ขอให้เจ้าจง มีหน้าตาที่สวยสดงดงามมากกว่านางใดในหล้า " แม่มดนางที่สองให้พรเช่นกันว่า
" ขอให้พระธิดาของหม่อมฉันจงมีน้ำเสียงที่ไพเราะ ดุจระฆังแก้วก็ไม่ปานเลยทีเดียว " ต่อมาก็เป็นแม่มดนางที่สาม ได้อวยพรว่า " ขอให้เจ้าจงมีสุขภาพที่แข็งแรงปราศ จากโรคภัยทั้งปวง " แม่มดนางที่สี่ ก็ไม่ยอมน้อยหน้าได้อวยพรเช่นกันว่า " ขอให้เจ้าจงเป็นผู้ที่สามารถเต้นรำได้เก่งที่สุด จนหาผู้ใดเสมอเหมือนมิได้ " แม่มดนางที่ห้า ก็อวยพรว่า
" ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดนตรีชนิดไหน ขอให้เจ้าจงเล่น มันได้อย่างคร่องแคร่วว่องไวจนไม่มีใครสามารถที่จะเทียบเทียมได้ " ต่างก็อวยพร สิ่งที่ดี ๆ ต่าง ๆ นานาให้พระธิดาองค์น้อยจนมาถึงแม่มดคนที่หกได้อวยพรให้ว่า " ขอให้เจ้าจงมีจิตใจที่ผ่องใสงดงาม เสมือนกับร่างกายของเจ้านั่นเลยทีเดียว... "


เมื่อแม่มดทั้งหกนางอวยพรเสร็จสิ้นลงแล้ว..แม่มดชรานางที่เจ็ด ก็ย่างสามขุมเข้ามาทันที...แล้วร่ายเวทย์มนต์ของนางไปที่พระธิดาองค์น้อย ว่า " เมื่อเด็กคนนี้อายุได้ 15 ปี จะต้องตายด้วยเข็มปั่นด้าย จงจำเอาไว้ให้ดี เหอ ๆๆๆๆ " พูดจบนางก็หายลับไปท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในที่นั้น... บรรยากาศของงานเลี้ยง เงียบสงบลงทันที เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย ก็เงียบหายไป จะมีเหลือไว้ก็แต่แค่ความตื่นตะลึง ความตกใจรวมทั้ง ความเศร้าสลด ต่อชะตากรรม ของพระธิดาองค์น้อยของพวกเขา พระราชาได้ข้อร้องให้พวกแม่มดทั้งหลาย ช่วยแก้คำสาปให้ แต่พวกแม่มดสามารถให้คำอวยพรได้แค่เพียงครั้งเดียว และทุกนางก็ได้ให้คำอวยพรไปจนหมดแล้วทุกนางเสียด้วย


ขณะที่พระราชากำลังทรงตระหนก และไม่สบายพระทัย แม่มดนางที่มีอายุน้อยที่สุดที่คอยแอบมองดูเหตุการณ์ต่างๆอยู่อย่างเงียบๆ ก็ได้ทูลกับพระราชาว่า " เวทย์มนต์ของแม่มดนางที่เจ็ดนั้น ขลังมากคง ไม่มีใครที่จะลบล้างได้ แต่ว่าข้าพเจ้า จะเป็นผู้ทำให้มันบรรเทาเบาบางลง โดยไม่ต้องถึงกับให้พระธิดาต้องตายลงไปอย่างน่าเสียดายอย่างนั้น " แล้ว แม่มดนางนั้นก็ร่ายเวทย์มนต์แก้ให้ว่า
" เจ้าจะยังไม่ตาย ตอนอายุ 15 ชันสา แต่จะแค่เพียงหลับไปเท่านั้น เพื่อรอคอย และเมื่อครบร้อยปีมาถึง เจ้าจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง โดยจะมี เจ้าชายองค์หนึ่ง จากเมืองไกล จะมาเป็นผู้ช่วยเหลือ และแต่นั้นไปเจ้าจะมีชีวิตที่มีแต่ความสุข ตลอดกาล..."


และจากนั้นมาพระราชาได้ออกคำสั่งให้ทำลายเครื่องปั่นด้ายทุกอันที่มี อยู่ในเมืองทั้งหมด " ถ้าใครฝ่าฝืนเก็บซ่อนเอาไว้ มีโทษถึงประหารชีวิต ! " เมืองทั้งเมืองจึงแทบจะไม่มีใครรู้จักวิธีปั่นด้าย จนดูราวกับว่า วิชานี้ จะสูญสิ้นไปเสียแล้วตั้งแต่บัดนั้น...เวลาผ่านไปเจ้าหญิงองค์น้อย เจริญพระวัยขึ้น และก็เป็นไป ตามคำอวยพรของแม่มดทุกนาง ทุกประการ พระองค์ทรงเป็นเจ้าหญิงที่ งดงาม อ่อนหวาน พระสุรเสียงกังวานไพเราะ ใครได้เห็นเป็นต้อง เคลิบเคริ้ม ทรงมีพระวรกายที่สมบูรณ์แข็งแรงงามสง่า ตามที่เหล่าแม่มดทั้งหลายอำนวยพร...


หน้า 1   หน้า 2   หน้า 3


รักเธอเท่าฟ้า...โดยสุขุมาลย์