โฉมงามกับเจ้าชายอสูร
แล้วเจ้าสิงโตมันยังได้พูดแบบสัมทับขึ้นอีกว่า " ห้ามลืมคำสัญญาเป็นอันขาด ข้าจะตามฆ่าและกินท่านให้ถึงที่เลยทีเดียว เข้าใจนะ เพราะข้าหละ...ให้เป็นเกลียดคนที่ชอบผิดสัญญามากเสียด้วยสิ ! " พูดแล้วมันก็ชี้มือบอกให้ชายวัยกลาง คนเข้าไปเอาของในหีบสมบัติใบใหญ่ที่วางอยู่ที่ในห้องที่อยู่ข้าง ๆติดกับห้องโถงใหญ่ในปราสาท " แล้วในห้องนั่น มี ของที่มีค่ามากมายหลายอย่าง ท่านอยากได้อะไรก็เลือกเอากลับไปฝากลูก ๆ ของท่านได้ตามสบายเลย.... " ชายวัย กลางคนจึงเลือกสิ่งต่าง ๆ ที่เขาต้องการซึ่งก็มีเสื้อผ้าที่ราคาแพงพร้อมทั้งแก้วแหวนเงินทองของมีค่า แล้วเขาก็นำสิ่ง ของที่เลือกนั้นขึ้นเทียบม้า ในมือถือดอกกุหลาบสีแดงดอกที่เขาได้ขโมยเก็บมันมาตอนแรกนั้นไว้แน่น แล้วเดินทาง ออกจากปราสาทมุ่งตรงกลับไปสู่บ้านที่มีลูก ๆ ของเขาคอยการกลับมาของเขาอยู่ทันที....
เมื่อชายวัยกลางคนกลับมาถึงที่บ้านของเขาแล้ว ก็นำสมบัติที่ได้มาจากเจ้าสิงโตออกมาแบ่งแจกจ่ายให้กับลูก ๆ ทุกคน และสุดท้ายก็ได้มอบกุหลาบสีแดงแสนสวยให้กับบิวตี้ พร้อมทั้งได้เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เขาต้องไป ประสบพบมาอย่างน่ากลัวนั้นให้กับลูก ๆ ทุกคนฟัง และเมื่อเขาได้เล่าจบลง...พร้อมทั้งความหวาดกลัวและความ เศร้าใจ...พวกพี่ ๆ ทุกคนจึงรวมหัวกันหันมาดุบิวตี้ทันทีว่า " เพราะดอกกุหลาบของเธอนั่นแหละเป็นตัวการ ขอ อะไรไม่เข้าเรื่อง พ่อเลยต้องแย่เลยเห็นไหมล่ะทีนี้ แกนั่นแหละตัวก่อเรื่องทั้งหมด บิวตี้ "
บิวตี้ให้เป็นเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว มันก็ดูเหมือนกับว่าเธอนั้นเป็นตัวต้นเหตุนั่น แหละไม่มีผิด เพราะถ้าพ่อไม่ไปเก็บเอาดอกกุหลาบนั่นทุกอย่างก็คงจะไม่เป็นปัญหาอย่างแน่นอน ดังนั้นเธอจึงได้ บอกกับพ่อของเธอว่า " ฉันไม่ดีเองเป็นตัวก่อเรื่องขึ้นมาจริง ๆ อย่างที่พวกพี่ ๆ เขาว่ามานั่นแหละพ่อ ถูกต้องที่สุดดัง นั้นฉันจะเป็นผู้ไปที่ปราสาทหลังนั้นให้เจ้าหน้าสิงห์มันกินแทนพ่อเอง " ไม่มีใครสามารถคัดค้านความตั้งใจของหญิง สาวได้ ดังนั้นในวันต่อมาชายวัยกลางคนจึงพาลูกสาวคนเล็กที่เขารักยิ่งปานดวงใจเดินทางไปยังปราสาทแห่งนั้น... อย่างจำใจและเสียใจเป็นอย่างที่สุด
และเมื่อเดินทางมาถึงที่ปราสาทแล้ว...บิวตี้ให้เป็นนึกทึ่งในความใหญ่โตของปราสาทหลังนั้นเป็นอย่างมาก และเมื่อได้เข้าไปถึงในห้องโถงด้านใน ก็ได้มีอาหารอันเลอเลิศวางเรียงรายเอาไว้ต้อนรับการมาของทั้งสองอีกเหมือนเดิม และด้วยความหิวทั้งสองจึงจัดการกับอาหารเหล่านั้นอย่างลืมความกลัวและจุดมุ่งหมายที่ได้เดินทางมาที่นี่เสีย โดยหมดสิ้น เมื่อเวลาได้ผ่านไปสักพักพลันก็มีเสียงฝีเท้าอันหนักอึ้งได้เดินมาหยุดลงที่หน้าประตูห้อง...ใช่แล้วมันคือ เจ้าหน้าสิงห์อสูรเจ้าของปราสาทนั่นเอง
พ่อรีบลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารด้วยอาการสั่นเทา ส่วนบิวตี้นั้นแม้ทั้งที่หวาดกลัวอย่างที่สุดแต่เธอก็ย่อตัวลงทำความเคารพ เจ้าของปราสาทอย่างมีมารยาท เจ้าหน้าสิงห์มันรู้สึกเหมือนว่าจะพอใจ แล้วมันยังได้มอบหีบสมบัติใบใหญ่ที่ดูเหมือน จะมีของมีค่ามากมายให้กับพ่ออีกด้วย พ่อร้องไห้จนน้ำตานองหน้าแล้วจำใจจากไปโดยทิ้งบิวตี้ไว้กับอสูร เมื่อพ่อจากไปแล้ว หญิงสาวจึงพยายามตัดความกลัวออกจากใจ แล้วเดินไปยังห้องพักที่อสูรบอกว่าได้จัดเตรียมไว้ให้ตามคำบอกเล่านั้น และถึงแม้ว่าจะพยายามทำใจให้แข้มแข็งเพียงใดก็ตาม แต่พอได้ยินเสียงนกกลางคืนกู่ร้องขึ้นในความมืด เธอก็อดจะสะดุ้ง และหวาดหวั่นเสียมิได้
บิวตี้รู้สึกหวาดกลัวจนต้องร่ำไห้อยู่ในห้องที่อสูรได้จัดไว้ให้นั้นจนได้ผลอยหลับไป ในตอนนั้นเธอได้ฝันไปว่า ได้มีเจ้าชายที่งามสง่ามาก มาปรากฏกายให้เห็น เจ้าชายได้พูดเป็นเชิงเหมือนขอร้องและเป็นเหมือนมีปริศนา ในคำพูดกับเธอว่า " บิวตี้ได้โปรดช่วยเราด้วยเถิด เธอเป็นผู้เดียวที่จะสามารถช่วยเราได้ หนทางก็มีอยู่ที่ว่าเธอ จงอย่ามองทุกอย่างแต่เพียงภายนอกและด้วยรูปร่างอย่างเดียว จงมองให้ถ่องแท้ลึกเข้าไปถึงภายใน จงหาเรา ให้พบให้จงได้ ...ได้โปรดช่วยเราด้วยเถิด บิวตี้...สัญญาสิ.."
แล้วตอนนั้นพลันบิวตี้ก็ต้องตกใจตื่นขึ้นมาจากผวัง ด้วยมีเสียงฝีเท้าของคนเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของเธอ เจ้าอสูรนั่นเอง เมื่อมันเข้ามาในห้องแล้วก็ได้บอกกับบิวตี้ว่า " ทุกเช้าเธอต้องมาร่วมโต๊ะอาหารกับฉัน พรุ่งนี้เจอกัน " เท่านั้น แล้วก็เงียบไป หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ แล้วร้องไปว่า " ฉันมาที่นี่เพื่อ ให้ท่านกินแทนพ่อ ไม่ได้มาเพื่อนั่งร่วมโต๊ะกับท่าน ได้ยินไหม ? " เงียบ.....ไม่มีคำตอบแล้วอสูรก็ออกจากห้องไป รุ่งเช้า หญิงสาวตื่นนอนแต่เช้า แล้วรีบลงไปข้างล่างเพื่อเข้าครัวเหมือนว่าเธอเคยทำตอนอยู่บ้าน แต่ปราสาทหลัง ใหญ่มีหลายห้อง เธอจึงหาครัวไม่เจอ หญิงสาวจึงออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้ก่อน ขณะที่เธอกำลังเพลินชม ดอกไม้อยู่นั่นเอง เธอก็ได้ยินเสียงคำรามดังแว่วมา โดยอัตโนมัติ เธอรู้ว่า ถึงเวลาที่ต้องนั่งร่วมโต๊ะกับเจ้าของ ปราสาทแล้ว หญิงสาวผละจากสวนดอกไม้ตรงไปยังห้องโถง หญิงสาวตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก สิงโตจึงพยักหน้า เชื้อเชิญเธอให้มานั่งกับมัน หญิงสาวเดินเข้าไปแบบกล้า ๆ กลัว ๆ และหากเธอจะสังเกตสักนิด เธอคงจะเห็นความ เศร้าสร้อยจากดวงตาคู่นั้น แต่ความกลัวทำให้เธอไม่ได้สังเกตอะไรทั้งสิ้น อสูรจัดการอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนมันจะรู้ว่าหญิงสาวกลัวและขยะแขยงมัน มันจึงรีบทานแล้วก็ลุกจากโต๊ะไปโดยไม่เอ่ยอะไรสักคำ
แล้ววันหนึ่งอสูรก็พูดขึ้นว่า " แต่งงานกับเราได้ไหมบิวตี้ " บิวตี้ตกใจเป็นอย่างมากด้วยเธอนั้นได้ตกหลุม รักกับเจ้าชายในความฝันนั้นไปเสียก่อนแล้ว เธอจึงส่ายหน้า....อสูรทำหน้าเศร้าขมขื่นเป็นอย่างมาก แล้วเดิน คอตกจากไปโดยไม่ยอมพูดอะไรทั้งสิ้น และในคืนวันนั้นเจ้าชายก็มาเข้าฝันบิวตี้อีกครั้ง คราวนี้เจ้าชายทรงทำหน้า เศร้าอย่างขมขื่น และพูดว่า " ทำไมเธอถึงไม่ยอมช่วยเราเลยบิวตี้...."
หน้า 1
หน้า 2
หน้า 3
แปลและเรียบเรียงโดยสุขุมาลย์