โฉมงามกับเจ้าชายอสูร

หลายคนชื่นชอบในตัวนางเอกของเรื่องคือ " บิวตี้ " ด้วยคงเป็นเพราะว่าความงามภายในของเธอ ที่มองข้ามรูปลักษณ์ภายนอกที่น่าเกลียดน่ากลัวของอสูร ดังนั้นความที่เธอเป็นคนจิตใจงาม เห็นอกเห็นใจผู้อื่น กล้าหาญ มุ่งมั่น เฉลียวฉลาด โรแมนติก ตรงไปตรงมานั่นเอง จึงเป็นว่าอย่าว่าแต่ว่าจะเอาชนะใจของอสูรได้อย่างเดียว
เธอยังสามารถที่จะชนะใจคนอ่านทั่วโลก ได้อีกด้วย


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่เมือง ๆ หนึ่งมีครอบครัวของมหาเศรษฐีอยู่ครอบครัวหนึ่ง ซึ่งในครอบครัวนี้มีลูกชายและลูกสาวมากมายถึงหกคนด้วยกัน ชายวัยกลางคนผู้เป็น พ่อเป็นคนที่ใจดีมีมานะและขยันมั่นเพียรในการทำงานเป็นอย่างมาก
แม่ของลูก ๆ นั้น หรือได้ตายจากพวกเขาไปเป็นเวลานานแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยคิดที่จะแต่งงานใหม่เลยสัก ครั้งเดียว เป็นด้วยเพราะเขานั้นกลัวว่า แม่เลี้ยงคนใหม่จะไม่รักลูก ๆ ของเขามากพอนั่นเอง แต่แล้ว...อยู่ต่อมาไม่นานครอบครัวของเขาก็ต้องมีอันได้รับเคราะห์กรรมอันใหญ่หลวง จนอาจเรียกได้ว่าจากความมั่งคั่งและร่ำรวย ต้องมาตกอยู่ในสภาพที่หมดเนื้อประดาตัว เสียสิ้น ด้วยคฤหาสทั้งหลัง และสมบัติต่าง ๆได้โดนไฟไหม้เผาผลาญศูนย์หายไปจนหมด จะมีลงเหลือสมบัติอยู่อีกนิดก็คือบ้านหลังเล็ก ๆ ที่อยู่ที่ในป่ากับที่ทำสวนแห่งหนึ่ง เท่านั้น...ชายวัยกลางคนด้วยหมดหนทาง เขาจึงได้หอบเอาลูกชาย และ ลูกสาวทั้งหมดของเขามาอาศัยทำสวนหากินเพื่อประทังชีวิตอยู่ที่บ้านหลังเล็กในป่านั่นเอง....


ลูก ๆ ทั้งหมดให้เป็นทุกข์ใจด้วยเพราะพวกเขาทั้งหลายเคยอยู่กันมาอย่างสุขสบาย แต่ตอนนี้ต้องมาตกระกำอยู่กันอย่างลำบาก....จะมีก็แต่เพียงลูกสาวคนเล็กคน สุดท้องเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ยังยิ้มระรื่นไม่เคยเลยที่จะทำหน้าเศร้าให้ผู้ เป็นพ่อได้เห็นและเป็นทุกข์ใจ เธอจะคอยช่วยพ่อทำสวนอย่างไม่ รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย....เธอนั้นมีชื่อว่า
" บิวตี้ " เป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่สวยงาม และน่ารัก จิตใจงาม และจะใจดีเสมอกับทุก ๆ คน... วันเวลาผ่านไป แล้วอยู่มา วันหนึ่งก็ได้มีจดหมายส่งข่าวดีมาจากที่ในเมืองความว่า เรือสำเภาของชายวัยกลางคนที่ครั้งหนึ่งได้นำสินค้าออกไปค้าขายที่ในต่างประเทศได้ย้อนกลับมา พร้อมกับเงินที่ขายสินค้าได้ให้รีบเดินทางไปรับเสียในเร็ววัน ดังนั้นชายวัยกลางคนจึงตกลงใจที่จะเดินทางเข้าไปในเมืองเพื่อไปเอาเงินที่ว่านั้นที่ทันที....


ชายวัยกลางคนด้วยความดีใจที่รู้ว่าตนนั้นยังคงจะมีเงินหลงเหลืออยู่บ้าง และก่อนที่ จะเดินทางออกไป เขาได้ถามลูก ๆทั้งหมดของเขาว่า
" ลูกสาวและลูกชาย ที่รักของพ่อ พวกเจ้าอยากได้อะไรกันบ้าง... เรายังจะมีเงินอยู่อีกนะ ใครอยากได้อะไรก็บอกพ่อมาสิ " ซึ่งคำตอบก็จะต่างกันไป ลูกสาวคนหนึ่งบอกว่า " หนูอยากได้ผ้าสวย ๆ สำหรับมาใช้ตัดเสื้อจ้ะ " ลูกชายอีกคนก็บอกว่าเขาอยากได้ " เครื่องประดับเก๋ ๆ แปลก ๆ กับกางเกงตัวใหม่ครับพ่อ " ส่วน ลูกสาวและลูกชายที่เหลือก็บอกว่า " หาเสื้อสวย ๆ กับอาหารแปลก ๆ มาด้วยนะพ่อ " ส่วนลูกสาวคนเล็กสุดคือ บิวตี้กลับบอกกับพ่อของเธอว่า " หนูขอให้พ่อเดินทางทั้งขา ไปและขากลับอย่างปลอดภัยจ๊ะ แต่ถ้าพ่อจะบอกว่าไม่ได้หรอกนะ แล้วละก็..งั้นก็ขอดอกกุหลาบแดงแสนสวยสักดอกเดียวเท่านั้นก็พอแล้วจ้ะพ่อ "


ชายวัยกลางคนเมื่อเดินทางมาถึงที่ในเมืองแล้ว เขากลับได้รับทราบว่าได้มีคนปลอมตัว มาเป็นตัวของเขาและได้มารับเอาเงินทั้งหมดตัดหน้าเขาไปเสียแล้ว ทั้งๆ ที่ต้องเสียใจ และผิดหวังเท่านั้นยังไม่พอ ในตอนขากลับก็เกิดหลงทางเข้าให้อีกรอบ...เพราะด้วยวันนั้น เป็นวันที่มีพายุแรงมากหิมะก็ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เส้นทางที่เคยใช้ จึงมีแต่หิมะปกคลุมอยู่โดยรอบ ทำให้เขามองหนทางไม่ชัด ชายวัยกลางคนพยามยาม ขี่ม้าฝ่าหิมะไปข้างหน้าเรื่อย ๆเพื่อหาทางออก...แล้วอะไรจะช่างแปลก ประหลาดอย่างนั้นก็ไม่รู้ เขาได้พบกับเส้นทางสายหนึ่งที่ไม่มีหิมะปกคลุมอยู่เลยสักน้อยนิด มันเป็นสิ่งที่น่าแปลกใจอย่างมาก.....


ทั้ง ๆ ที่แปลกใจแต่เขาก็ขี่ม้าเข้ามาในเส้นทางสายนั้น และเมื่อเข้ามาได้สักพัก เขาก็ได้พบกับปราสาทหลังใหญ่หลังหนึ่ง ชายวัยกลางคนลงจากหลังม้า และ ได้เดินเข้าไปสำรวจตรวจดูภายในปราสาทนั้นอย่างเสียมารยาท ด้วยเพราะมันดู เหมือนกับว่าจะเป็นปราสาทร้างอะไรทำนองนั้น สิ่งของทุกอย่างดูสะอาดตา แต่ให้ตายเถอะ..ที่นั่นเหมือนกับไม่มีใครอาศัยอยู่เลยจริงๆ... และเมื่อเขาเดินลึกเข้าไปถึงในห้องโถงใหญ่ เขาก็ต้องแปลกใจที่ได้เห็นอาหาร อันเลอเลิศมากมายจัดเรียงเอาไว้เหมือนต้องการต้อนรับเขายังไงอย่างนั้นไม่มีผิด และเป็นด้วยเขาต้องเดินทางมาไกล ความหิวโหยมันทำให้เขาไม่ทันคิดว่าอาหาร เหล่านั้นมันเป็นของใครและผู้ใดเสียสิ้น...เขานั่งลงที่โต๊ะแล้วจัดการ กับอาหารเหล่านั้นอย่างหิวโหย ....


เมื่อกินอาหารเหล่านั้นจนอิ่มหมีพีมันแล้ว ขณะที่เขากำลังจูงม้าเพื่อเตรียมที่จะออกไป จากปราสาทหลังนั้น เขาพลันได้เห็นกอดอกกุหลาบสีแดงสดที่สวยงาม ที่กำลังเบ่งบานอยู่เต็มที่ของมัน พลันเขาก็นึกถึงคำพูดของบิวตี้ ลูกสาวสุดที่รักและแสนดีของเขาขึ้นมา " ที่นี่มีดอกกุหลาบ แดงเต็มสวนหน้าปราสาทเลยทีเดียว ถ้าจะขอเด็ดไปสักดอกคงไม่เป็นไรหรอกนะ " เขาจึงเด็ดเอาดอกกุหลาบสีแดงสดดอกที่สวยที่สุดมาดอกหนึ่ง แล้วเตรียมตัวที่ จะขึ้นหลังม้าเพื่อจากไป.... แต่ทันใดนั้นเอง! เขาก็ต้องตกใจสะดุ้งจนสุดตัว เมื่อมีเสียงคำรามดังขึ้นที่ทางด้านหลังของเขา
" กรรรรรรร"


แล้ว...พลันร่างอันน่าเกลียดน่ากลัวก็ปรากฏตัวของมันขึ้น มันเป็นสิงโตร่างสูงใหญ่ ทั้งน่าเกลียดน่ากลัว น่าขนพองสยองเกล้า ดวงตาสีแดงของมันที่มองมา เหมือนจะถลนออกจากนอกเบ้า มันจ้องมองชายวัยกลางคนอย่างประสงค์ร้าย ครั้นแล้วร่างนั้นก็พูดด้วยเสียงที่เหี้ยมเกรียมว่า
" เห็นหลงทางมา..อุตส่าห์ให้อาหารกิน จนอิ่มหนำสำราญแล้ว ยังไม่พอ...ยังจะมาขโมยกุหลาบที่สำคัญ ของข้าเสียอีกหรือนี่ อะไรกันหมายทั้งกินทั้งคาบเลยน่ะสิ...ท่านต้องตาย " มันเงื้ออุ้งมืออันใหญ่ของมันขึ้นหมายจะขยุ้มร่างของเขาให้แหลกเหลว ชายวัย กลางคนตกใจมากเขาพยายามร้องอ้อนวอนขอชีวิตจากเจ้าหน้าสิงห์ แต่สิงโตตัวนั้นไม่ ยอม มันจับตัวเขาไว้และทำท่าที่จะพาเข้าไปในปราสาท


" ได้โปรดให้อภัยด้วยเถิดท่าน เราเพียงแต่อยากจะนำดอกกุหลาบสักดอกเดียวนี้ ไปฝากลูกสาวที่มักน้อยแสนดีและบริสุทธิ์ของเราเท่านั้นเองจริง ๆ เราต้องขอโทษท่าน เป็นอย่างมากที่ไม่รู้ว่ามันจะเป็นของที่ท่านหวงแหน ได้โปรดไว้ชีวิตด้วยเถิดเรามี ลูกหลายคนที่ต้องเลี้ยงดู ได้โปรดเถิดพ่อคุณ...อย่ากินเราเลย" สิงโตอสูรร้ายหยุดนิ่ง ฟังอย่างใช้ความคิด แล้วมันก็พูดขึ้นว่า " อ้อ..ท่านมีลูกหลายคนละสิ ! ถ้างั้นเอาลูก สาวมาให้เราสักคน เพื่อแลกเปลี่ยนกับความผิดครั้งนี้ของท่าน แต่คนที่จะ มาจะต้องเต็มใจและกล้าพอที่จะมาที่นี่ด้วยนะ ห้ามฝืนใจพามาเป็นอันขาด แล้ว เราถึงจะให้อภัย เข้าใจไหม? "


หน้า 1   หน้า 2   หน้า 3


รักเธอเท่าฟ้า...โดยสุขุมาลย์